
อยากลองเที่ยวคนเดียวบ้างเลยหาที่ไปใกล้ๆค่ะ
ทริปของวันที่ 23-45 April'08
ไปมาๆก็เลยเลือกไปอินโด-ภูเขาไฟโบรโม่
เพราะอ่านในพันทิบกับเวบ trekkingthai มานานแล้ว
ว่าในสวย และก็น่าสนใจทีเดียวเลยอะ
จริงๆก็ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าอินโดจะน่าเที่ยว
ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็จะมองว่า อันตราย น่ากลัว อะไรก็ว่ากันไป
พอไปถึงจริงๆไม่เห็นเป็นแบบนั้นเลย คนอินโดน่ารัก อัธยาศัยดีมากๆ
ไปทั้งหมด 2 คืน 3วันค่ะ เนื่องจากหยุด day off 2 วันนี่ล่ะ
ก่อนวันไปดันป่วยอีกตังหาก แถมชวนใครก็ไม่มีใครอยากจะไป ไปเองซะเลย ไม่ง้อ~~ชิส์
มีติดขัดนิดหน่อย ตรงที่คืนแรกที่ไปพักที่ Mt.Bromo จะไปพักที่Lava View
และเห็นในเวบเค้ามีแพคเกจ 140 usd (ที่พัก+อาหาร3มื้อ+bromo sunrise)
เราก็เลยจองไป(แต่ยังไม่จ่ายตัง) บอกเค้าไปไม่รูกี่ครั้งด้วยว่าไปคนเดียว
ก็โอเคไม่มีปัญหา สุดท้ายคืนวันก่อนที่จะเดินทาง เค้าพึ่งเมลล์มาบอกว่า
จริงๆแล้วทัวร์มันเริ่มที่ 2 คนขึ้นไป เพราะฉะนั้นเค้าจะเก็บเราที่ 280usd!
! อ้าวพอเราซื้อตั๋วแล้วพึ่งมาบอก มัดมือชกกันเห็นๆ
ก็เลยเมลล์กลับไปว่าไม่เป็นไรชั้นไปเองได้
แต่จริงๆก็กลัวเหมือนกัน ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยไปไหนคนเดียวเลย -__-"
เริ่มเลยก่อนที่จะบ่นไปเยอะกว่านี้
*******
ออกเดินทางด้วยหางแดงเจ้าประจำ
ไฟลท์เช้าสุดที่มาเลย์มัน 10.15am ค่ะไปถึง 11.55am ที่surabaya

แอร์เอเซียที่นี่ มีข้อดีอย่างเราจะได้เดินพาเหรดกัน
บนสนามบินอย่างสนุกสนาน ไม่มีที่ใดเหมือน

ระหว่างไฟลท์จริงๆง่วงมากมาย นอนมาประมาณชั่วโมงกว่าๆเอง
ไม่สบายอยู่ด้วยนิดหน่อย
ดูเหมือนจะเป็นไขัทับระดู
แต่เพื่อนใหม่ข้างๆก็ชวนเล่นตลอดไฟลท์
นอกจากจะชวนเราคุย(กันคนละภาษา) แล้วทั้งจับ ทั้งดึง
สุดท้าย she ก็ลุกมานั่งตัก ฮือๆๆ

ยังไม่พอใจ สุดท้าย she ดึงกล้องเราไปถ่ายเอง -*-
อันนี้ฝีมือ เจ้าตัวยุ่งข้างๆค่ะ เราแกล้งเอาเจ้าปากกาโลมาไปบัง

โฉมหน้าเพื่อนใหม่ร รู้สึกว่าจะเป็นอินโด แต่เราก็คุยกันรู้เรื่องนะคะ
ถึงแม้ she จะ speak Indo และเราจา speak Thai+eng ก็เถอะ
ก็เอากันจนรู้เรื่องนั่นแหละ ยิ้มหวานเชียว

ในที่สุดก็มาถึงหลังจากนั่งสู้รบกันทั้งไฟลท์อยู่นาน เล่นเอาเหนื่อย
สนามบิน Surabaya-Indonesia

มาถึง immigration เค้าก็ถามๆใหญ่ว่ามาคนเดียวจริงเหรอ
ไม่มีใครมากับยูเลยเหรองั้นงี๊ และก็ถามจะไปไหน พอเรา
บอกไป Bromo เค้าก็บอกว่า เชื่อไหม เดี๋ยวยูต้องกลับมาอีก
และเค้าก็ชวนเราคุยอีกนิดหน่อย
ก็น่ารักดี ไม่ดุเลย :D (ขอบอกว่าวันกลับดันเจอคนเดิมนี่แหละ ฟลุคมาก)
ออกมาถึงข้างนอกก็เดินดุ่มๆไปหา Tourist Desk
สังเกตุรูปไม่รู้มองเห็นกันไหม จะมีรูปชายอ้วนๆอยู่ข้างใน ชื่อคุณอังเดรค่ะ
แกเป็น Airport Rep. ของเชอราตัน น่ารักมาก
แกฝากประชาสัมพันธ์ใครไปเชิญไปพักที่เชอราตันนะคะ
แต่เราบอกแกไปแล้วไว้คราวหน้าแล้วกันรอบนี้เราจองแมนดาริน Majapahit ไว้แล้ว

เราบอกเค้าว่าเราจะเอารถพร้อมคนขับ จริงๆอยากนั่งบัสไปเองแหละค่ะ
แต่เราไม่มีเวลามาก มาถึงก็เที่ยงแล้วด้วย แถมเป็นวันผุ้หญิงๆอีก
ทางdeskเค้าเลยจัดแจงโทรหาคนขับให้ พร้อมหาที่พักให้เราเรียบร้อย
โดยเราจองที่ Cemara Indah ค่ะ
ห้องพักมีตั้งแต่ราคา Rp100000กว่า
(จำไม่ได้ว่าเท่าไร น่าจะเปนเงินไทย600กว่าบาทนะคะ)-400000rpค่ะ
เราเลือกห้อง 400000 เพราะวิวดีที่สุด และก็ตั้งใจมาดูวิวจริงๆ(แค่แวบเดียวก็เถอะ)
ส่วนคนขับเค้าคิดราคา 750000rp เราถามว่าลดได้ไหม
เค้าก็บอกว่าวันที่2เค้าจะลดให้เหลือ 600000rp แล้วกัน
ดูราคา+ระยะทาง แล้วก็สมเหตุสมผลดีก็เลยตกลง
นั่งรอคนขับ 1 ชั่วโมง เดินไปซื้อซิมโทรศัพท์แถวนั้น
โทรบอกแม่ซะหน่อย เดี่ยวทางบ้านจะจิตตก

รูปรถค่ะ มีทีวีด้วย เสียดายไม่มีแผ่นหนัง ต้องนั่งฟังเกะอินโดแทน
เอาล่ะ หลังจากนั่งรอไปชั่วโมงนึง Mr.วูดี้ก็มารับ
แอบงงทำไมคนขับฉานมี 2 คนละนี้ แกก็บอกว่าคนที่ขับอยู่นั่นเพื่อนแก
แต่รถก็โอเคนะคะ สมราคา มิสเตอร์วูดี้ก็บริการดีมากๆ
ประมาณว่าจะขึ้นจะลงรถแกรีบกระโดดมาเปิดประตูให้ทุกครั้ง
(กะมาลำบาก กลายเป็นสบายตลอดทริป)
แล้วก็โดนถามอีกแล้ว ว่ายูมาคนเดียวเหรอ -__-" และแกก็ถามจะไปไหนบ้าง
แกพาไปได้หมด (ราคารถมันเหมาตลอดวันน่ะค่ะ จะไปไหนก็ได้)
ก็เลยบอกว่างั้นทางผ่านมีไรแวะได้ก็แวะแล้วกัน แต่วันนี้เราไม่อยากแวะเยอะ
เพราะอยากให้ถึงที่พักก่อน เพราะเดินทางจากแอร์พอร์ทไป Cemoro Lawang
มันใช้เวลาตั้ง 3-4 ชั่วโมง (ตอนที่เราออกไปมันบ่าย 2 กว่าแล้ว)

วันนี้แวะแค่ที่เดียวก็คือโป่งเดือด เอ้ยไม่ใช่ Flood Mud Village ตังหาก
แต่ไม่ได้แวะเข้าไปหรอก ด้วยความขี้เกียจ
เลยยืนดูอยู่ไกลๆ ก็เหมือนโคลนร้อนบ้านเราน่ะแหละ
แต่น่าสงสารชาวบ้านมากกว่า เพราะขนาดทางรัฐเข้ามากั้น
และพยายามยับยั้งการผุดขึ้นมาของโคลน แต่ชาวบ้านแถวนั้นก็ยังเดือดร้อนอยู่ดี
หลายๆคนไม่มีบ้านอยู่ ต้องไปเอาไม้มาทำเพิงอยู่อีกด้านนึงน่ะค่ะ

อีกซักรูป

เห็นหลังคาบ้านด้านขวาไหม..
ด้วยความที่บริการดีเหลือเกินของมิสเตอร์วูดี้ที่ คนขับรถที่กลายมาเป็นไกด์จำเป็น
เลยบอกเค้าว่าหาไรกินกันเถอะ เดี๋ยวชั้นเลี้ยงเอง (หิวมากมาย)
อาหารมื้อแรกที่ตกถึงท้อง หลังจากแอบหม่ำโรตีบอยที่แอร์พอร์ทไปก้อนนึงคือไอ้นี่
Bali Daging เนื้อกะข้าวค่ะ
เห็นหน้าตาแบบนี้แต่อร่อยดี ออกเผ็ดนิดๆ โรยด้วยหอมเจียว

หลังจากนั้นก็เดินทางกันต่อ ยาวโลด
ระหว่างทางเห็นคนแบกอะไรเหมือนหญ้า แกก็แบก เด็กก็แบก สาวก็แบก เลยสงสัย

ก็หญ้าน่ะแหละ เพราะถามจากมิสเตอร์วูดี้อีกที เค้าบอกเอาให้แพะกิน
อยากจะถามต่อเหมือนกันว่าทำไมแพะประเทศนี้เยอะจัง
แต่กลัวเค้าจะบอกว่าเอามากิน -__-"
จริงๆแล้วมันก็ไม่น่าจะไกลมากน๊า จากที่นั่งๆมานี่
แต่ถนนที่นี่ ถนนหลัก 2เลน(ไปเลน-มาเลน) ถนนไม่หลัก เหลือเลนเดียว
ใครมาก่อนไปก่อน เบียดๆกันไป มันก็เลยช้าค่ะ กว่าจะถึงที่หมาย
ก็ค่ำแล้ว เลยไม่ได้ถ่ายไรมาเลยช่วงขึ้นเขา ตอนค่ำ
แต่อากาศดีมากๆๆ บอกให้เค้าเปิดกระจกขับรถเอา ระหว่างทาง
Mr.Ady จาก Cemara Indah ก็sms มาตลอด
สงสัยทาง desk คงให้เบอร์ไป อยู่ถึงไหนแล้วนั่นนี่
ในที่สุดก็มาถึงจนได้ เฮ้อ~~~
มันมืดแล้วน่ะค่ะ เลยไม่ได้ถ่ายรูปอะไรทั้งสิ้น
เข้า chk in เสร็จก็โดนถามอีกแล้ว มาคนเดียวเหรอ(รอบที่ 3-4 ของวันนี้)
หนุ่มอีกคนก็เดินมาดูพาสปอร์ทเราที่ Mr.Ady ถืออยู่
และก็บอกเกิด19xx เหรอ อายุเท่ากันเลย นั่นนี่ --"
ก็เลยยิ้มๆไปเฉยๆ ไม่ได้พูดไร เผ่นไปดูห้องดีกว่า เหอๆๆ

ซักพัก Mr.Ady (อย่า งงระหว่างมิสเตอร์วูดี้กะMr.Ady นะคะ คนละคนกัน)
มาเคาะประตูไหนเอาเสื้อหนาวมาดูหน่อยเอาไรมา ซะงั้น-__-" ก็จัดแจงหยิบให้ดู
แกบอกว่า ไม่ได้ๆ มันหนาวมากตอนเช้า เผลอๆพรุ่งนี้อาจจะติดลบด้วย
เดี่ยวแกไปเอาเสื้อมาให้ เราก็ได้แต่มองตาปริบๆ เอาก็เอา
ซักแปปนึงแกก็เอามาให้ค่ะ บอกว่าจริงๆให้เช่าตัวละ 50000rp แต่แกให้เรายืมฟรีไม่คิดตัง
อ่ะ ดีสิคะ อย่างนี้ชอบเลย
อ่อลืมบอกตอนที่ไปถึงมันก็หนาวมากอยู่แล้ว แต่ยังพอทนไหวค่ะ

นี่ค่ะ เสื้อหนาวของฟรีที่ Mr.Ady เอามาให้
ถ่ายตัวเองมั่ง อิอิ
อันนี้ของขวัญที่ tourist desk ให้มา
รูปช่วงกลางคืนทนๆดูไปก่อนนะคะ ถ่ายกลางคืนได้แค่นี้ -__-
หลังจากนั้นก็เลยตั้งใจจะออกไปนั่งทานอะไรที่ Lava View(ร้านอาหารของโรงแรมนี้
เห็นใครๆเค้าบอกว่าดีกัน) สบายๆซะหน่อย
ปรากฏว่า ออกไปมิสเตอร์วูดี้ยังอยู่ (ขนาดเราเข้าห้องมานานนะนี่)
แกบอกว่าเห็นเราพูดๆว่าจะไปนั่งที่ Lava view ก็เลยรอจะพาไป กลัวเราไม่รู้ทาง บริการดีจริงจริ๊งงงง
ไปถึงก็เลยชวนแกไปนั่งดื่มชาด้วย แต่เรากินนมร้อน (ทานมันทุกวัน)
จริงๆเราอยากอยู่คนเดียวนั่งกินบรรยากาศมากกว่า
ก็เลยบอกแกว่ากลับไปพักผ่อนก่อนก็ได้ เพราะว่าเราอยากเดินกลับเอง
(อยากเดินเอาบรรยากาศ) มิสเตอร์วูดี้เลยขอตัวกลับก่อน
แล้วก็ไม่วายจะย้ำว่าเราจำทางได้นะ เพราะมันมืดมากไงคะ ตอนมา
เราด้วยความมั่นใจเลยบอกด๊ายยยค๊ะ (จริงๆหลงทางแถวบ้านยังเคย)
หลังจากเรานั่งดื่มนมร้อนๆคนเดียว พร้อมนั่งสังเกตุหนุ่มๆรอบข้าง 555
(วันนั้นมีฝรั่งมาเป็นกรุ๊ปใหญ่เลยค่ะ สาวๆน่ารัก หนุ่มหล่อตรืม)ได้สักพัก
ก็ไม่ไหวแล้ว ง่วงมากๆ เพราะตั้งแต่เมื่อคืนนอนมาชั่วโมงเดียว+ไม่สบาย
ก็เลยกะว่าจะออกไปเดินกินลมกลับที่พักดีกว่า
เราก็เลยสั่งกล้วยหอมทอดราดชอคโกกลับไปด้วย
และก็นะ แค่เปิดประตูออกไปจากร้าน อาการก่ง ก๊งก็เริ่มซะแล้ว
อินี๊ฉานอยู่ที่หนายนี้ มันต้องเดินไปทางไหนกัลลล
เบลอๆมึน เลยตัดสินใจเลี้ยวไปทางขวาดีกว่า
และแล้ว มิสเตอร์วูดี้ค่ะ!! เดินอ้อมจากรถยิ้มร่าเข้ามา บอกว่า
ไอว่าแล้วยูต้องจำไม่ได้ -__- แง้ว!!
แกบอก ปรกติสาวๆมาคนเดียวชอบดื่ม แกกลัวเราจะดื่มและกลับไม่ไหว
เลยบอกไปว่า ไม่ต้องห่วง ของช๊านแค่นมร้อนๆทุกวันก็พอแล้ว
แกถามจะขึ้นรถกลับที่พักไหม เราก็ปฏิเสธไป
บอกว่าอยากเดินเอาบรรยากาศมากกว่า
มิสเตอร์วูดี้เลยให้เพือนแกขับรถไปรอที่พัก และแกก็มาเดินเป็นเพื่อนแทน
บอกว่ายูจะได้จำทางได้ (จริงๆก็แอบเซงเล็กๆ
เพราะตั้งใจเดินคนเดียวจริงๆอ่ะ แต่ก็เข้าใจว่าแกหวังดี)
สุดท้ายกลับถึงห้องพักแกก็บอกว่า เอางี๊พรุ่งนี้นั่งรถ jeep ไปดูพระอาทิตย์กับไป
Mt.Bromo เดี๋ยวแกไปด้วยแล้วกัน ยูจะได้มีเพื่อน....
-__-
พอมาถึงที่พักก็เจอกะกลุ่มคนไทยที่พึ่งกลับจากดำน้ำที่บาหลี
อัธยาศัยดีกันมากๆๆ น่ารักกันทุกคนเลย :D
เราเลยหอบกล้วยไปนั่งกินกับเค้าได้สักพัก ก็ขอตัวกลับมานอน
และพอหัวถึงหมอนเราก็หลับปุ๋ย ทันที

กล้วยร้อนๆค่ะ มืดไปหน่อย ^^"
รูปสุดท้ายของวันแรก
.....
วันต่อมา ตื่นตั้งแต่ตี 3 กว่าๆ คนที่โรงแรมมาปลุกนั่นแหละ
หนาวมากๆๆ แต่เราก็ขออาบน้ำก่อน เพราะมันง่วง
ลงมาข้างล่าง ไม่เจอมิสเตอร์วูดี้ เจอแต่รถ jeep ด้วยความมองโลกในแง่ดี
เราเลยคิดว่าแกคงยังไม่ตื่น และทางโรงแรมก็บอกว่าเค้ารออยู่ด้านหน้า
(แอบงงๆ ว่าด้านหน้าไหน และเค้าน่ะใคร) เราเลยโดดขึ้นรถ jeep ไปคนเดียว
ค่ารถ jeep เหมาไป-กลับ 250000rp ค่ะ
ส่วนถ้าแชร์รถกัน 75000rp
พอขึ้นไปถึงก็ไปเจอแกงค์ไทยกรุ๊ปเดิม เราเลยแฝงตัวทำเนียน
ไปเฮฮากะเค้าด้วย แม๊ น่ารักกันทุกคนจริงๆ ^^
เฮ่อ....ภูเขายามเช้าถึงแม้จะเห็นแค่ลางๆ (เพราะพระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น)
นี่มันสวยจริงๆค่ะ สวยจนพูดไม่ถูกเลยล่ะ
แต่เช้านี้หนาวมากจริงๆ คงจะติดลบหน่อยๆเหมือนที่ Mr.Ady บอก
ฟ้าเริ่มมีแสง แต่ก็คงยากที่จะมองเห็นพระอาทิตย์
เพราะทั้งเมฆทั้งหมอกเต็มไปหมด

รูปแรกๆค่ะ
เริ่มสว่างมาอีกนิด
เมฆก้อนนี้สวยดี

รูปนี้ฟ้ายามเช้ากับทะเลหมอก สีฟ้ามันเปนแบบนี้อะค่ะ สวยดี :D

พระอาทิตย์ขี้อายเริ่มจะโผล่ๆมาบ้าง หลังจากแอบอยู่หลังม่านหมอกซะนาน
ใครๆก็พากันถ่ายรูป...แต่เราแอบถ่ายชาวบ้าน

พระอาทิตย์ดวงเดิม กับเช้าวันใหม่...

เมฆก้อนเดิมยังไม่ไปไหน...

อ้าว ลืมภูเขาไฟ Bromo ไปเลย หันกลับมาถ่ายก่อน
:)
โผล่มาซะทีค่ะรูปนี้

กำลังพ่นควันปุ๋งๆเลย
รูปเมื่อกี๊ต้องไปชะเง้อชะแง้หามุมมาค่ะ
ดูจิคะ Y Y

อีกมุมหนึ่ง...
ภูเข้าด้านหลังสุด Semeru (สุเมรุ)ที่กำลังพ่นควันปุ๋งๆ สูง3676m
Bromo (โบรโม่)ด้านซ้ายสูง 2392m
Batok (บาต๊อก)ด้านขวา 2440m
Tempature
15c-20c Day time
05c-15c Night time
Time to start to see sunrise at Bromo
03.00am Ngadisari
04.00am Cemara Lawang
จุดที่เราชมพระอาทิตย์ขึ้นอยู่ที่เขา Penanjakan ห่างจากที่พัก 5km
ความสูงจากจุดที่ชม 2706m ค่ะ

สว่างขึ้น ทะเลหมอกก็ยังไม่หาย..

ซูมไปใกล้ๆ เห็นไหมคะบันไดตรงนั้นที่จะไปต่อ
ต้องปีนบันไดขึ้นไปดูค่ะ

ดอกไม้ เด็กแถวนี้เค้าเอามาขายค่ะ สำหรับโยนลงเขาเส้นไหว้เทพเจ้า
ด้วยความก่ง ก๊งของเรา ซื้อเค้าแล้วก็เอากลับที่พัก เห็นมันสวยดี
ตอนหลังหนุ่มๆแถวนั้นน่ะล่ะบอกว่าเอากลับมาทำไม
เค้าให้โยนลงเขาคู๊ณณณณ อ้าว นู๋ไม่รู้ง่ะ Y Y
ถ้าใครไปแล้วซื้อต่อราคาดีๆนะคะ ออนซื้อมา 15000rp
คนที่ๆพักเค้ายังบอกว่าแพงเลย

เริ่มสว่างไม่นาน เมฆก็มาบังพระอาทิตย์อีก ดูไปดูมาเหมือนพระอาทิตย์ยามเย็นเลยแหะ

และแล้วเราและแกงค์ไทยก็ลงมาเป็นกลุ่มสุดท้าย
ลงมาเจอไอตัวนี้ หน้าตาเหมือนไอเขี้ยวเงินตอนโตเลยอ่ะ

และก็นี่ รถ jeep ที่นั่งมา
เท่ใช่ม๊า
ส้มแป๊ดเลย คนขับก็น่ารักเชียว จะให้จอดแวะดูตรงไหน ได้หมด
และก็ขับช้าตลอดให้เราถ่ายรูป :D
เดี๋ยวเราจะต้องนั่งผ่านทะเลทรายเล็กๆไปขี่ม้าขึ้น Bromo อีกค่ะ

ลาด้วยหมอกงามๆยามเช้าค่ะ
ไว้เดี๋ยวมาต่อตอนต่อไปจ้า :)